25 เรื่องจริงที่น่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่คุณอาจจะไม่รู้มาก่อน

ครั้งหนึ่งเคยถูกเชื่อกันว่าเป็นประเทศแรกที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า ญี่ปุ่นคือดินแดนแห่งความพิศวงและความประหลาดใจ ไม่ว่าจะเป็นหายนะทางธรรมชาติหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ญี่ปุ่นผ่านมันมาหมดแล้วและยังเจริญเติบโตขึ้นอีกด้วย! สิ่งทั้งหมดนี้อาจประสบความสำเร็จได้ด้วยมูลค่าที่สูงและวัฒนธรรมที่หลากหลาย นี้คือเรื่องจริง 25 ข้อ ที่น่าใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน
ญี่ปุ่นมีห้องพักโรมแรมที่ยาว 2 ตารางเมตร และ สูง 1.20 เมตร โรงแรมนี้มีชื่อว่า แคปซูล โฮเต็ล (Capsule hotel)
75 เปอเซ็นต์ของภูมิประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา ซึ่งบีบให้ 93.5 เปอเซ็นต์ของประชากรต้องอยู่อาศัยบน แผ่นดินที่เหลืออีก 25 เปอเซ็นต์
ในฤดูไม้ผลิ ประชากรชาวญี่ปุ่นจะจัดงานเทศกาล The Shinto Kanamara Matsuri (เทศกาลแห่ลึงค์) เฉลิมฉลองสรรเสริญทั้งอวัยะเพศชายและหญิง
บริษัท Kongo Gumi จำกัด เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างอิสระของญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุด ดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 1,400 ปี บริษัทมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โอซาก้าและกลายเป็นบริษัทลูกของ Takamatsu ในปี 2006
ญี่ปุ่นมีตู้ขายของอัตโนมัติมากกว่า 5.5 ล้านตู้ คุณสามารถเจอตู้สักตู้ได้แทบจะทุกหัวมุมถนน มันมีขายทั้ง เบียร์ บุหรี ถุงยาง หนังสือการ์ตูน กระดาษชำระ ร่ม หนังสือโป๊ แม้กระทั่งกางเกงชั้นในผู้หญิง มันช่างเป็นโลกที่แปลกนะ ว่าไหม?
หนังสือ The Tale of Genji ถูกเขียนโดยคุณหญิงชาวญี่ปุ่นชื่อ มูราซากิ ชิกิบุ ในช่วงต้นของศตวรรษที่ 11 เรียกได้ว่าเป็นหนังสือนวนิยายฉบับเต็มเล่มแรกของโลก
ในญี่ปุ่นมีผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่ถูกขายมากกว่าผ้าอ้อมสำหรับเด็ก ไม่แปลกใจเลยว่าญี่ปุ่นมีอัตราการเกิดที่ต่ำ
ชาวญี่ปุ่นรับประทานปลามากกว่าประเทศใดๆในโลก ญี่ปุ่นยังเป็นผู้นำเข้าสาหร่ายทะเลที่ใหญ่ที่สุดและบริโภคปลาราวๆ 17 ล้านตันต่อปี
มันไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยว่าญี่ปุ่นคือผู้ผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในญี่ปุ่น ผู้หญิงจำนวนมากนิยมไปหาหมอฟันเพื่อรับการเพิ่มฟันเขี้ยวอย่างมีวัตถุประสงค์ คุณรู้ไหมเพราะอะไร? เพราะว่า ยีบะ (Yaeba) หรือฟันเขี้ยว ถือว่าเป็นสิ่งที่มีสเน่ห์ในญี่ปุ่น
ประชากรในญี่ปุ่นมีสัตว์เลี้ยงมากกว่ามีลูกเสียอีก
แมวสีดำถือว่าเป็นเครื่องรางนำโชคในญี่ปุ่น
โอคุโนะชิมะ เป็นเกาะในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยกระต่าย คุณอาจจะคิดได้ว่ามันเป็นไปได้ยังไง คือกระต่ายถูกนำมาระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นตัวทดสอบผลข้างเคียงของแก๊สพิษ น่าสงสารจัง
มังงะหรือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่าสองล้านเรื่องถูกจำหน่ายไปในแต่ละปี
ไฮกุ (Haiku) บทกวีแบบหนึ่งของญี่ปุ่นคือแบบกวีที่สั้นที่สุดในโลก โดยมีแค่สามบรรทัด
คุณรู้ไหมว่าสื่อบันเทิงอนิเมชั่นอะไรที่ได้รับความบันเทิงมากที่สุดในโลก มันคือ อะนิเมะ หรือหนังอนิเมชั่นญี่ปุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 60 เปอร์เซ็นต์
วัยรุ่นญี่ปุ่นส่วนใหญ่นิยมใช้โทรศัพท์แม้แต่ตอนอาบน้ำ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อธิบายได้ว่าทำไมโทรศัพท์กว่า 90 เปอเซ็นต์ที่ถูกขายในญี่ปุ่นถึงกันน้ำ
มาซาบุมิ โฮโซโนะ (Masabumi Hosono) เป็นชาวญี่ปุ่นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากการล่มของเรือไททานิคในปี 1914 ถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้ขี้ขลาดของประเทศเนื่องจากไม่ได้เสียชีวิตไปกับผู้โดยสารคนอื่นๆ
ในญี่ปุ่น มันเป็นเรื่องที่ยอมรับได้หากจะพักงีบเล็กหรือที่เรียกว่า อิเนมุริ (inemuri) แม้กระทั่งงีบในชั่วโมงทำงาน
ลองเดาดูว่าชาวญี่ปุ่นทักทายกันและกันยังไง? พวกเขาโค้งคำนับกันแทนการจับมือ และการโค้งคำนับที่ต่ำที่สุดคือการแสดงให้เห็นถึงความเคารพอย่างถึงที่สุด
สนธิสัญญาสันติภาพเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่สองยังคงมีกำหนดลงนามระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซีย มันยังคงรอการดำเนินการอยู่เนื่องจากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับหมู่เกาะ Kuril ซึ่งเป็นกลุ่มเกาะเล็กนอกชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชีย
ในญี่ปุ่น การปล้ำแบบซูโม่รู้จักกันในชื่อ ริกิชิ (Rikishi) และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของซูโม่ต้องย้อนกลับไปถึง 1500 ปี นักซูโม่ที่อายุอ่อนกว่าจะต้องทำความสะอาดห้องน้ำให้กับนักซูโม่ที่มีประสบการณ์มากกว่า นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานที่ที่ยากต่อการเข้าถึงอีกด้วย แหวะ!
เคยได้ยินคำว่าคาราโอเกะไหม? มันคือคำภาษาญี่ปุ่นแปลว่าออเครสตร้าที่ว่างเปล่า มันคือการที่คนร้องเพลงที่เป็นที่นิยมโดยมีท่วงทำนองอย่างเดียว
ในญี่ปุ่น ตึกสูงๆจะไม่มีชั้นที่สี่ ลองคิดสิว่าทำไม? เพราะว่าพวกเขาเลี่ยงหมายเลขสี่ (shi) ซึ่งออกเสียงเหมือนกับคำว่าความตาย (shi)
ในญี่ปุ่น เมื่อมีคนต้องการจะแสดงออกถึงความรู้สึกรักโดยไม่ใช้คำพูด พวกเขาจะให้ของขวัญด้วยอะไรสักอย่างซึ่งถูกห่อด้วยกระดาษสีเขียวเหมือนกับผักขม เรื่องนี้เป็นเพราะว่าคำภาษาญี่ปุ่น ฮฮเร็นโซ (“ผักขม”) มันคล้ายกับคำว่า ฮอเรรุ (“ตกหลุมรัก” หรือ “แอบรัก”)
ประชากรชาวญี่ปุ่นน้อยกว่า 200 คน ถือว่าเป็นผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น นอกเหนือจากนี้ไม่มีพ่อแม่ที่เป็นคนพื้นเมืองหรือ Ainu

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *